วิกฤตโควิด-19 กับผลกระทบที่มีต่อเกษตรกรรมไทย

Talad App - เมษายน 30, 2020
เกษตรกร, ไม่มีหมวดหมู่

มูลนิธิชีววิถี หรือ BioThai หน่วยงานที่ศึกษา ส่งเสริม และเผยแพร่ความรู้ด้านการเกษตร เปิดเผยข้อมูลว่า ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นโรคระบาดร้ายแรงของโลก ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรไทยส่วนใหญ่ปรับลดลงอย่างเห็นได้ชัด และยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดการส่งออกของประเทศอีกด้วย และในทางเดียวกัน ข้อมูลจาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้นำสนอข้อมูลภาวะเศรษฐกิจการเกษตรไทยในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ว่ามีการหดตัวถึง 4.8%

ผลกระทบหลักต่อเกษตรกรไทย

เรียกได้ว่าผลิตผลทางการเกษตรเกือบทุกประเภทในไทยล้วนได้รับผลกระทบอันเป็นผลพวงจากการระบาดของโรค โควิด-19 ก่อให้เกิดมาตรการปิดเมืองเพื่อลดการระบาดของไวรัสที่มาพร้อมกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงอย่างฮวบฮาบและอุปสงค์ของตลาดโลกชะลอตัว  โดยพืชหลักๆที่ได้รับผลกระทบได้แก่

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีราคาปรับลงเนื่องมาจากความต้องการทั้งในและนอกประเทศลดลงและมีการนำเข้าจากต่างประเทศตามข้อตกลง AFTA

อ้อยโรงงาน ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง ส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายดิบนิวยอร์กปรับตัวลง

ยางพารา ราคามีการปรับตัวลงเนื่องจากความต้องการของตลาดโลกปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตสินค้าด้านการเกษตร เช่นปัญหาภัยแล้งที่มีมาตั้งแต่ปลายปี 2562 ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี รวมไปถึงการระบาดของศัตรูพืช ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆในช่วงที่ผ่านมา เช่น ปัญหาราคาข้าวพุ่งสูงขึ้น เพราะเกษตรกรไม่สามารถปลูกข้าวได้มากตามที่ต้องการ พร้อมกับภาวะกักตุนอาหารจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้ข้าวสารถุงขาดตลาดและราคาพุ่งสูงขึ้นถึง 20-30% ในทางกลับกัน ชาวสวนผลไม้ต้องประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาดอยู่ในประเทศ เนื่องจากการประกาศล็อคดาวน์ทำให้ไม่สามารถส่งออกผลผลิตได้ตามปกติ ราคาของผลไม้ส่งออกอย่างมะม่วงน้ำดอกไม้ ทุเรียน มังคุด ลำไย จึงมีแนวโน้มตกต่ำลงมาก

แนวทางรับมือวิกฤต

แม้รัฐบาลจะพยายามออกมาตรการต่าง ๆ มาช่วยเหลือชาวนา ชาวสวนที่ได้รับผลกระทบ เช่น ส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศให้มากขึ้น ผ่อนผันการขนส่ง ดูแลความเหมาะสมเรื่องราคาและปริมาณผลผลิต เจรจาต่อรองกับต่างประเทศ เป็นต้น ชาวนาชาวสวนก็ยังจำเป็นต้องปรับตัวตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ชาวสวนอาจนำผลไม้มาแปรรูป เป็นผลไม้แช่แข็งหรืออบแห้ง และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ใช้ผลไม้เป็นส่วนประกอบ เช่น ชา แยม น้ำผลไม้ ส่วนผักก็อาจนำมาแปรรูปเป็นผักดอง หรือกิมจิ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่า ทั้งยังจัดส่งและเก็บรักษาได้นานขึ้นด้วย

Designed by jcomp / Freepik

คาดการณ์สถานการณ์ จะเป็นอย่างไรหลังวิกฤตโควิด-19 สิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด-19 ในจีนนั้นเริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว คาดว่าไตรมาสที่สองเป็นต้นไปเกษตรกรรมในประเทศไทยน่าจะฟื้นตัวขึ้น ผลิตผลหลักอย่าง ข้าว ผักผลไม้ มันสำปะหลัง ยางพารา มีแนวโน้มที่จะส่งออกได้มากขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะการส่งออกไปยังจีน มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าให้เกษตรกรหันมาผลิตอาหารแปรรูปหรือปรุงสำเร็จมากขึ้น เนื่องจากสะดวกในการใช้และเก็บรักษา ทั้งนี้ประชาชนไทยส่วนใหญ่ยังคงต้องกักตัวอยู่ในบ้าน แต่เมื่อสถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติ พฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปโดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะจากโทรศัพท์มือถือที่มีแอปพลิเคชั่นมากมายคอยอำนวยความสะดวกในการซื้อขายสินค้าอุปโภคบริโภค ไม่มีกำแพงกั้นระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายอีกต่อไป การขยายตลาดจากการส่งผลผลิตให้ผู้ค้าหรือโรงงานใหญ่มาเป็นการซื้อขายกับผู้บริโภคโดยตรงก็น่าจะเป็นทางเลือกและการเปิดตลาดใหม่ ๆ ให้กับเกษตรกรเองด้วย ซึ่ง เองก็มีฟังก์ชัน กระดานซื้อ-ขาย เพื่อเป็นสื่อกลางในการซื้อขายสินค้าเกษตรทุกหมวดหมู่ได้อย่างง่ายดาย เกษตรกรสามารถโพสต์ขายสินค้าจากไร่หรือสวนของตัวเองผ่านแอปฯ ได้โดยตรง สามารถพูดคุย ซื้อ-ขายกับผู้บริโภคได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง ลองดาวน์โหลดไปใช้กันนะครับ เพิ่มโอกาสเพิ่มยอดขายได้อีกทางหนึ่ง

Designed by onlyyouqj / Freepik

จากที่เล่ามาทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า แม้เราต้องเผชิญกับวิกฤตโรคร้ายแรงที่สั่นคลอนโลกกันถ้วนหน้า แต่ในวิกฤตนี้ยังมีโอกาสที่เราจะฝ่าฟันต่อไปได้หากเราเรียนรู้ ปรับตัว และคิดหาหนทางใหม่ ๆ ในการพัฒนาผลผลิต รวมถึงการเชื่อมโยงกับผู้ซื้อด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ขอเอาใจช่วยให้ทุกคนผ่านอุปสรรคครั้งใหญ่นี้ไปได้และก้าวต่อไปอย่างมั่นคงด้วยกันครับ