เช็คราคาผลผลิตทางการเกษตรไปทำไม?

ผลผลิตทางการเกษตรเป็นสินค้าที่ถือว่ามีราคาผันผวนมากที่สุด เพราะผลผลิตจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลากหลายที่ยากจะควบคุม ไม่ว่าจะเป็น ดิน ฝน อากาศ โรคระบาด หรือแม้กระทั่งเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการผลิตที่สร้างต้นทุนที่แตกต่างกัน รวมถึงราคาตลาดโลก ที่จะถูกนำเข้ามาเป็นตัวกำหนดอีก ด้วยเหตุนี้ ราคาพืชเศรษฐกิจสำคัญ ๆ อย่างเช่น ข้าว อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน จึงไม่ค่อยจะมีเสถียรภาพเท่าใดนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ที่ได้รับผลกระทบจนเรียกว่าอ่วม ไม่ว่าจะเป็น การระบาดของไวรัส covid-19 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมไปถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2562 จากสงครามการค้าที่เกิดขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนเข้ามาเป็นปัจจัยร่วมอีก ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ทำการประเมินเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาพบว่า เศรษฐกิจโลกขยายตัวได้ที่ 3% ส่งผลให้ภาคการผลิตและการส่งออกของไทย โดยเฉพาะพืชผลทางการเกษตรอยู่ในช่วงขาลง กระทบต่อเนื่องให้ราคาสินค้าเกษตรทรงตัวถึงต่ำ ส่วนในปี 2563 นี้ IMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวเพียง 3.4% เท่านั้น เพราะฉะนั้นคงพอจะมองเห็นแววกันแล้วใช่ไหมครับว่า ราคาสินค้าเกษตรของเราจะเป็นอย่างไร

มีรายงานสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรออกมาเพิ่มเติมว่า ผลผลิตทางการเกษตรที่อยู่ในเกณฑ์ดีของปี 2563 คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลำไย มังคุด เงาะและทุเรียน เนื่องจากความต้องการของตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศยังมีอย่างต่อเนื่อง ส่วนพืชผลทางการเกษตรที่คาดว่าราคาจะไม่ต่างจากปีที่ผ่านมากนักก็คือ สับปะรดโรงงาน ยางพารา น้ำมันปาล์ม และข้าว มันสำปะหลัง ซึ่งก็ยังต้องคอยติดตามสถานการณ์กันต่อไป เพราะอย่างที่บอกครับ ราคาสินค้าเกษตรนั้นเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงเป็นปัญหาที่ภาครัฐและเอกชนจะต้องหาทางร่วมกันมือแก้ไข

ราคาสินค้าเกษตรในท้องตลาดปกติจะขึ้นอยู่กับ “กลไกราคา” คำนี้หมายถึง ภาวะการณ์เปลี่ยนแปลงระดับราคาสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นผลมาจากอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) 

  • อุปสงค์ คือ ปริมาณความต้องการซื้อสินค้าและบริการชนิดใดชนิดหนึ่งอย่างเต็มใจ และสามารถหาซื้อได้ ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ ก็เช่น ราคาสินค้าและบริการ, รายได้ของผู้บริโภค, สมัยนิยม, สภาพเศรษฐกิจในขณะนั้น เป็นต้น
  •  อุปทาน คือปริมาณสินค้าหรือบริการที่ผู้ขายหรือผู้ผลิตยินดีขาย หรือยินดีผลิตให้แก่ผู้ซื้อ ณ ระดับราคาต่าง ๆ ของตลาด กฎของอุปทานมีอยู่ว่า เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้นปริมาณอุปทานจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตมีความต้องการที่จะขายมากขึ้น แต่เมื่อราคาสินค้าลดลงอุปทานหรือความต้องการขายสินค้าก็จะลดลงตามไปด้วย

โดยการกำหนดราคาสินค้าเกษตรจะขึ้นอยู่กับกลไกราคาที่กล่าวมานี้ นอกเหนือจากนั้นก็จะมี การควบคุมและแทรกแซงราคาจากภาครัฐ ด้วยวิธีกำหนดราคา เมื่อเกิดภาวะสินค้าที่จำเป็นขาดตลาด, เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค, การพยุงราคาสินค้าไม่ให้ตกต่ำมากจนเกินไป หรือเพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตไม่ให้ขาดทุน เป็นต้น

คงจะพอเข้าใจกลไกราคาและที่มาของราคาสินค้าเกษตรตามท้องตลาดกันพอสมควรนะครับ ว่าขึ้นกับหลายปัจจัยจริง ๆ ไม่ใช่ตัวพ่อค้าคนกลาง หรือตลาดเท่านั้น ที่จะเป็นผู้กำหนดราคา ซึ่งสำหรับเกษตรกร กลไกราคายังเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี เนื่องจากราคาในท้องตลาด จะเป็นตัวที่บ่งชี้ให้เกษตรกรรู้ว่าควรจะผลิตอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร และจำนวนเท่าไหร่ หรือจะนำนวัตกรรมอะไรมาเพิ่มศักยภาพในการผลิต เพื่อให้เพียงพอและทันกับความต้องการของตลาด กระทั่งการตั้งราคาที่เหมาะสมในตลาดซื้อขายก็ด้วย นอกจากนั้นยังจะเป็นการป้องกันภาวะสินค้าเกษตรล้นตลาด หรือขายผลผลิตได้ในราคาที่ไม่คุ้มทุน ยกตัวอย่างนะครับ ถ้ามะพร้าวขายเป็นลูกราคาตกต่ำ เก็บแล้วไม่คุ้ม อาจปรับเปลี่ยนไปเป็นมะพร้าวแปรรูป หรือกะทิ ที่ให้ราคาดีกว่า

เพราะฉะนั้นการติดตามสถานการณ์ของตลาด โดยเฉพาะการเช็คราคาสินค้าเกษตรจึงเป็นผลดีต่อเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าในการบริหารจัดการ หรือวางแผนการผลิตสินค้ามาก โดยเฉพาะ การตัดสินใจว่า ควรขายผลผลิตให้ใครบ้าง ซึ่งต้องใช้ข้อมูลจากหลายๆแหล่งมาประกอบการตัดสินใจ ทั้งตลาดต้องน่าเชื่อถือ มีการรับซื้อผลผลิตอย่างแน่นอนและมีมาตรฐานในการรับซื้อ รวมถึงระยะทางการขนส่งสินค้าไปขายในแต่ละแหล่ง ซึ่งจะเกี่ยวข้องไปถึงราคาน้ำมัน และการจราจร อีกด้วย 

ซึ่งปัจจุบันก็มีแหล่งเช็คราคาสินค้าเกษตรที่ใช้เป็นราคาอ้างอิงอยู่หลายแหล่ง เช่น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, กรมการค้าภายใน สำหรับราคาพืชผลการเกษตรหลักๆของทั่วประเทศ หรือราคาเฉพาะของพืชแต่ละชนิด เช่น สมาคมโรงสีข้าวไทย, การยางแห่งประเทศไทย, สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย, สมาคมพ่อค้าข้าวโพดและพืชพันธุ์ไทย เป็นต้น หรือถ้าให้ง่ายกว่านี้ สามารถตรวจสอบราคาผลผลิตทางการเกษตรสำคัญ ที่มีทั้ง ราคาพืช และเนื้อสัตว์ ที่น่าเชื่อถือ ได้ที่  ตลาดแอป จากหน้าหลักของแอปพลิเคชัน ช่วยให้สามารถเช็คราคาสินค้าเกษตรในท้องตลาดได้ทุกเมื่อที่ต้องการ โดยตลาดแอปจะมีการอัปเดทราคาให้แบบรายวัน สามารถตรวจสอบราคาย้อนหลัง 30 วันได้ อีกทั้งอ้างอิงจากตลาดใหญ่ใกล้เคียงพื้นที่ของท่านด้วย รับรองว่าไม่ตกข่าวราคาสินค้าอย่างแน่นอนครับ