โดรนช่วยเกษตรกรทำงานในหลายๆด้าน ได้จริงหรือ?

มีเทคโนโลยีหนึ่งที่น่าทึ่งมาก นั่นคือ อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicles : UAVs) หรือที่รู้จักกันว่าโดรน (Drone) ตอนแรกที่เห็น คิดว่าเป็นอะไรที่หวือหวาดี คล้ายของเล่นที่สร้างมาเพื่อความบันเทิง แต่ไป ๆ มา ๆ กลับกลายเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจหลากหลายประเภท ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของการเกษตรที่มีการนำโดรนเพื่อการเกษตรเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเต็มรูปแบบ ที่สำคัญคือให้ผลดีมากด้วย ช่วยให้เกษตรกรทำงานได้ง่ายขึ้น และสามารถลดต้นทุนในการผลิตได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การเกษตรยุค 4.0 และเกษตรกรยุคใหม่ หรือ Smart Farming อย่างมาก

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่ามีการประเมินถึงผลดีของการนำโดรนเพื่อการเกษตรมาใช้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยเกษตรกรจะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ราว 1,100 ล้านบาท และคาดว่าในอีก 4 ปีข้างหน้าจะลดต้นทุนการผลิตได้กว่า 6,000 ล้านบาทเลยทีเดียว ประมาณการดังกล่าวอยู่ภายใต้สมมติฐานของพื้นที่เป้าหมายนาแปลงใหญ่ที่ 1,512 แปลงในปี 2560 และ 7,000 แปลงในปี 2564 ซึ่งได้รวมผลของค่าเสื่อมราคาของโดรนไปแล้วด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นผมไม่แปลกใจเลย ถ้าใครจะบอกว่าอนาคตโดรนเพื่อการเกษตรจะเป็นเครื่องมือสำคัญของการทำเกษตรอย่างแน่นอน

ในปัจจุบันการใช้โดรนเพื่อการเกษตรยังไม่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากยังมีราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยก็ได้ประเมินไว้ว่า อีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 2565) ราคาโดรนเพื่อการเกษตรอาจจะลดลงประมาณร้อยละ 20-25 ต่อปี โดยจะอยู่ที่ 67,000 – 106,000 บาท จากราคาเปิดปี 2558 ที่ราว 300,000 -500,000 บาท ล่าสุดผมได้ข่าวว่า แหล่งเงินทุนใหญ่ของพี่น้องเกษตรกรออกนโยบายปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อโดรนกันแล้ว ทำให้เราคงจะได้เห็นการนำโดรนมาใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรกันมากกว่าเดิม

จากที่กล่าวมาข้างต้นว่า โดรนช่วยให้เกษตรกรทำงานได้ง่ายขึ้น ลดต้นทุนในการผลิตได้มากขึ้น ดังนั้นลองมาดูถึงประโยชน์จากโดรนกันสักหน่อยนะครับ

โดรนเพื่อการเกษตรมีลักษณะการใช้งาน 2 ประเภท ประเภทแรก คือ ใช้เพื่อสำรวจและวางแผนการผลิตพืช เช่น การสำรวจพื้นที่ ติดตามการเจริญเติบโตของพืช เพื่อนำมาคาดการณ์ผลผลิตหรือวางแผนการจัดการแปลง ประเภทที่ 2 คือ ใช้ทุ่นแรงในการผลิต เช่น ใช้ในการหว่านเมล็ดพืช ปุ๋ย หรือฉีดพ่นสารเคมี  และที่ผมว่าดีมากสำหรับการเกษตรในยุคนี้ก็คือ การเข้ามามีบทบาทในเรื่องของการทำเกษตรแบบแม่นยำ เช่น

  • การรดน้ำ ให้ปุ๋ย และการให้ฮอร์โมนพืชอย่างทั่วถึง แต่เดิมเกษตรกรมีข้อจำกัดหลายอย่างทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมเหล่านี้อย่างทั่วถึง เช่น ต้นพืชที่สูง และช่วงเวลาที่มีจำกัด อย่างช่วงเวลาของการให้ปุ๋ยทางใบ ที่เพื่อให้ได้ผลดีควรให้ในช่วง 6.00-7.00 น. เพราะเป็นเวลาที่พืชกำลังเปิดปากใบ ทำให้สามารถดูดซึมอาหารผ่านปากใบได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านราก แต่ก็จะต้องทำในเวลารวดเร็ว โดรนเพื่อการเกษตรจึงช่วยได้มาก เพราะประหยัดเวลามากกว่าการใช้แรงงานคนหลายเท่า
  • ช่วยให้เกษตรกรสามารถดูแล-รักษาพืชได้อย่างตรงจุด ซึ่งโดรน 1 ลำสามารถฉีดพ่นพืชไร่ อย่าง ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ได้จำนวน 100-200 ไร่ต่อวัน โดยใช้แรงงานมาควบคุมเพียง 1-2 คนเท่านั้น ขณะที่ถ้าใช้แรงงานคนอย่างเดียวจะต้องใช้คนกว่า 10-20 คนทีเดียวนะครับ แล้วยังช่วยลดการฟุ้งกระจายของสารเคมีที่เกษตรกรอาจได้รับทั้งจากการสัมผัส และสูดดมเวลาฉีดพ่นอีก เรียกว่าทั้งสะดวกและปลอดภัยมากทีเดียวล่ะ

ถ้ายังไม่ชัดเจนถึงข้อดีของการใช้โดรนเพื่อการเกษตร ผมมีผลงานการวิจัยของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ที่ได้ศึกษาวิจัยเรื่องการศึกษาความคุ้มค่าการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ช่วยทำนาในภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง เพื่อศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนของการใช้ และไม่ใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ในการช่วยทำนา ซึ่งเป็นการสำรวจเบื้องต้นในพื้นที่จังหวัดสระบุรี นครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท มาเพิ่มเติมให้ครับ จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า

  • เกษตรกรที่มีการจ้างบริการโดรนในการพ่นสารกำจัดวัชพืช แมลงศัตรูพืช และการพ่นฮอร์โมนบำรุงข้าว การใช้โดรนพ่นสามารถลดเวลาลงเมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคน 3-5 เท่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทักษะของผู้ควบคุมโครน
  • สามารถลดปริมาณการใช้สารเคมีลงร้อยละ 15-20% และไม่มีสารตกค้างในตัวผู้ปฏิบัติงาน
  • การคิดค่าบริการพ่นสารโดยใช้โดรนจะเท่ากับค่าจ้างแรงงานคน คือไร่ละประมาณ 50-80 บาท แต่กรณีเป็นพื้นที่ห่างไกลจะมีการคิดค่าบริการเพิ่มขึ้นตามระยะทาง
  • การใช้โดรนช่วยในการพ่นสารส่งผลให้เกษตรกรลดเวลาในการพ่น ลดสารเคมี และข้าวก็ไม่เสียหาย

เป็นยังไงครับ โดรนเพื่อการเกษตรนั้นทั้งช่วยลดต้นทุนในการผลิต ทำให้เกษตรกรทำงานสะดวกสบายมากขึ้น แล้วช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้เป็นอย่างดี ด้วยข้อดีเช่นนี้ล่ะมั้งครับ ที่ทำให้ปัจจุบันเรามีผู้ให้บริการโดรนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมก็มองว่าเป็นอาชีพใหม่มาแรงที่น่าจับตามองเลยล่ะครับ เพราะเกษตรกรต่างมีความต้องการโดรนพ่นสารเพิ่มขึ้น แต่โดรนยังมีไม่มากเพียงพอที่จะให้บริการกับลูกค้า

ดังนั้นนอกจากอนาคตเราจะได้เห็นการใช้โดรนเพื่อการเกษตรมากขึ้นแล้ว อาชีพผู้ให้บริการโดรนยังน่าจะเป็นอาชีพใหม่มาแรงที่น่าจับตามองไปพร้อม ๆ กันด้วย