ฤดูเก็บเกี่ยวแต่ราคาข้าวตกต่ำ เกิดจากอะไร?

Talad App - ธันวาคม 6, 2019
ตลาด ซื้อ-ขาย, เกษตรกร

ปลายปีประมาณเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป เป็นช่วงที่เกษตรกรผู้ทำนาจะพากันเก็บเกี่ยวผลผลิต เพราะถือเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวของชาวนาในทุกภูมิภาคของประเทศไทย แม้จะเป็นช่วงที่รอคอยหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการปลูก และเฝ้าดูแลมาตลอดระยะเวลาหลายเดือน แต่สิ่งที่ได้รับกลับไม่เป็นดั่งใจ ถ้าหลาย ๆ คนติดตามข่าวคงจะเห็นปัญหาของชาวนาในฤดูเก็บเกี่ยวผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง

เมื่อก่อนหน้านี้ไม่นาน ในวันที่ 21 พ.ย. ตัวแทนชาวนา อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี กับชาวนาอีก 5 ตำบล คือ เพนียด คลองเกตุ ห้วยโป่ง หลุมข้าว และหวังขอนกว้าง กว่า 200 คนเข้ายื่นหนังสือกับนายอำเภอให้ช่วยเหลือ เนื่องจากข้าวหอมมะลิที่มีพื้นที่ปลูกกว่า 1 หมื่นไร่ ที่กำลังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวจากการทำนาปีซึ่งทำเพียงปีละหนึ่งครั้ง ถูกกดราคา โดยข้าวที่ความชื้น 23-25 เปอร์เซ็นต์ ขายได้แค่ 8,500-9,500 บาท ซึ่งราคาข้าวตกจากราคากลาง 12,000 บาทที่ประกันไว้มาก ส่วนราคาที่จังหวัดประกาศในความชื้น 15 เปอร์เซ็นต์ ประกันอยู่ที่ราคา 15,600 บาท ส่งผลให้ชาวนาขาดทุนและเดือดร้อนมาก

เช่นเดียวกันกับกลุ่มชาวนาที่ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ในอ.ทับคล้อ จ.พิจิตร หลายร้อยคนที่รวมตัวกันหน้าที่ว่าการอำเภอทับคล้อ นำข้าวเปลือกหอมมะลิที่ฤดูเก็บเกี่ยวปี 2562 มาเทกองรวมกันเพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์กระตุ้นให้ทางการ โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาที่ต้องเผชิญปัญหาราคาขายข้าวหอมมะลิตกต่ำ โดยราคาข้าวตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอนนี้เหลือราคาเพียงกิโลกรัมละ 8-9 บาท หรือตันละ 8,000-9,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาข้าวตกต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปีก็ว่าได้

แม้ว่าปัญหาราคาข้าวตกจะเป็นปัญหาที่มีมายาวนานแล้วสำหรับชาวนาไทย แต่ในปีนี้ถือว่ามีความรุนแรงค่อนข้างมาก พบว่าขณะนี้มีชาวนาในหลายพื้นที่กำลังประสบปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำโดยเหลือเพียง 9-11.50 บาทเท่านั้น โดยเฉพาะข้าวเปลือกหอมมะลิที่กำลังทยอยเก็บเกี่ยวออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลของศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส.(ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) เกี่ยวกับสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือนพฤศจิกายน 2562 พบว่า สินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับลดลง คือ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15 เปอร์เซ็นต์ และข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว โดยสาเหตุของปัญหาราคาข้าวตก ส่วนหนึ่งเกิดมาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยลดลง

ปริมาณการส่งออกข้าวของเราลดลงกว่า 1 ล้านตันทำให้มีข้าวในตลาดมาก เป็นเหตุให้ราคาข้าวตกตามมา นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยกล่าวว่า ประเทศผู้นำเข้าข้าวไทยหลัก ๆ อย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียได้นำเข้าข้าวเป็นจำนวนมากกว่าปกติในปีที่แล้ว ทำให้การนำเข้าในปีนี้หายไป ตลาดนำเข้าข้าวรายอื่น ๆ ก็อยู่ในภาวะทรงตัว ยังมีจีนที่มาชิงตลาดข้าวนึ่งในแอฟริกาของไทย เนื่องจากจีนมีข้าวขาวเก่าอยู่ในสต็อกมากถึง 113 ล้านตัน จึงนำข้าวเหล่านี้มาทำเป็นข้าวนึ่งและส่งขายในราคาที่ต่ำกว่าไทย โดยไทยขายอยู่ที่ 329 ดอลล่าร์/ตัน แต่จีนขาย 325 ดอลล่าร์/ตัน (ราคาถูกกว่าไทย 4 ดอลล่าร์/ตัน)

2. เงินบาทแข็งค่าขึ้น

นอกจากนั้นยังมีปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น และยังแข็งค่ามากกว่าประเทศคู่แข่งที่สำคัญ โดยค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 4.7% ขณะที่ค่าเงินดองของเวียดนามอ่อนค่าลง 0.1% ค่าเงินรูปีของอินเดียก็แข็งค่าขึ้นเพียง 0.7% ส่วนค่าเงินรูปีของปากีสถานอ่อนค่าลงถึง 14.5% โดยสรุปแล้วการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทนี้ทำให้ข้าวไทยมีราคาแพงขึ้นกว่าทุกประเทศ ซึ่งไม่เป็นผลดีอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดข้าวมีการแข่งขันกันสูงมากอย่างในขณะนี้

3. ปัญหาภัยธรรมชาติ

ปัญหาภัยธรรมชาติก็มีผลต่อราคาข้าวในฤดูเก็บเกี่ยวไม่น้อยเช่นกันครับ ยกตัวอย่างที่บุรีรัมย์ ปัญหาภัยแล้งทำให้ขาดน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวในช่วงต้นฤดูและช่วงที่ข้าวใกล้ออกรวง ต้นข้าวจึงไม่เจริญงอกงามเต็มที่ เมล็ดข้าวลีบ ทั้งยังเจอปัญหาข้าวแดงปนเนื่องจากไม่ได้เปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว เมื่อนำไปขายให้โรงสีจึงได้ราคาต่ำกว่าปกติ ขณะที่บางโรงสีก็ไม่รับซื้อซะอย่างนั้น เนื่องจากข้าวไม่ได้คุณภาพตรงตามความต้องการตลาด ซึ่งในเรื่องของคุณภาพข้าวนั้นยังมีเรื่องของความชื้นของข้าวที่มีผลต่อราคาขายมาก ๆ ด้วยครับ เพราะถ้าความชื้นเกินมาตรฐาน คือ มีความชื้นราว 25-30 เปอร์เซ็นต์ ราคาข้าวจะตกลงกว่าเดิมมาก ดังนั้น ชาวนาจึงไม่ควรเก็บเกี่ยวข้าวเขียวเกินไป และต้องมีลานตากข้าวที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ได้มาตรฐาน และเพราะปัญหาจากภัยธรรมชาตินี่อีกล่ะครับที่ทำให้ผลผลิตข้าวออกสู่ตลาดพร้อมกันจนล้น จากเดิมชาวนาในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางจะมีช่วงระยะห่างการเก็บเกี่ยวแบบเหลื่อมกัน แต่ปีนี้จะต้องเก็บเกี่ยวเกือบจะพร้อมกัน ปัญหาราคาข้าวตกก็เลยตามมา

4. ผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก

อีกสาเหตุหนึ่งที่เป็นต้นทางของราคาข้าวตก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้สัมภาษณ์ว่า เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่ทำให้เกษตรกรเร่งรอบการผลิตข้าว เพิ่มพื้นที่การปลูก โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ จนมีข้าวในสต็อกจำนวนมาก เมื่อปริมาณการผลิตไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จึงส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำอย่างต่อเนื่องมาหลายปี

ปัจจัยที่ได้กล่าวมาข้างต้นมาประกอบกัน ส่งผลให้ราคาข้าวในปีนี้ตกตำ่ลงไปมาก ทั้ง ๆ ที่เป็น ฤดูเก็บเกี่ยว ส่วนผลกระทบโดยตรงต่อชาวนา ทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน เกิดปัญหาหนี้สินสะสม เพราะไม่สามารถชำระหนี้สินได้ ซึ่งเมื่อชาวนาเดือดร้อน แน่นอนว่าเศรษฐกิจทั้งระบบก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะภาคเกษตรถือว่าสำคัญมากในระบบเศรษฐกิจไทยและเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วน เนื่องจากมีคนในภาคเกษตรเป็นจำนวนมาก และทุกคนยังต้องการกำลังซื้อ รวมถึงรายได้จากภาคเกษตรมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างมากเช่นกัน ก็หวังว่าในอนาคตจะสามารถแก้ปัญหาให้กับชาวนาได้ แล้ววันนั้นเราก็คงจะได้เห็นรอยยิ้มจากชาวนาในฤดูเก็บเกี่ยวกันสักที