ย่างเข้าฤดูหนาว จะมีผลกระทบต่อเกษตรกรและการเก็บเกี่ยวอย่างไรบ้าง?

Talad App - พฤศจิกายน 12, 2019
ผู้ให้บริการเกษตร, เกษตรกร

พออากาศเย็น ๆ เริ่มมาทักทาย ส่งสัญญาณให้รู้ว่าฤดูหนาวกำลังจะมาถึงแล้ว เชื่อว่าหลายคนมีเฮ ร้อนหนักกันมาเกือบตลอดปีแล้วจริงไหมครับ…แต่ก็มีเกษตรกรหลาย ๆ ราย ที่ไม่ได้ดีใจกับอากาศหนาวแบบคนอื่น ๆ เพราะเป็นกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบทางการเกษตร เนื่องจากฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรที่ปลูกพืชผัก หรือทำปศุสัตว์ก็ตาม การเกษตรฤดูหนาวถือว่าเอาเรื่องทีเดียว

ถ้าเป็นเกษตรกรที่ปลูกพืช มักจะเจอปัญหาเกี่ยวข้องโรคพืช เพราะสภาวะที่สภาพอากาศเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูหนาว จะเอื้ออำนวยต่อการแพร่ระบาดของโรคพืชที่มีสาเหตุจากเชื้อรามากเป็นพิเศษ ถ้าเป็นพืชตระกูลแตง ต้องระวัง เช่น โรคราแป้ง ราน้ำค้าง ถ้าเป็นไม้ผลก็ต้องระวังเรื่อง โรคแอนแทรคโนส (Anthracnose) ในผลไม้บางชนิด เช่น มะม่วง ส่วนต้นลำไยก็ต้องคอยดู แมลงค่อมทอง หนอนกัดกินใบ ผีเสื้อมวนหวาน

ส่วนชาวนาที่ปลูกข้าว ในช่วงที่หนาวหนัก ๆ แบบที่เรียกกันว่า ‘ข้าวกระทบหนาว’ มักจะส่งผลให้ต้นข้าวเกิดโรคจากเชื้อรา ใบจุด ใบเหลือง หยุดการเจริญเติบโตแบบชะงักงัน ไม่กินอาหาร คอร่วงสั้น ออกรวงโผล่ไม่พ้นกาบใบ หรือเป็นโรคจู๋นั่นเองครับ ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงต่อการที่รวงข้าวจะไม่ผสมเกสรจนเป็นหมัน ส่งผลให้เมล็ดข้าวเล็ก แบน ลีบ ผลผลิตตกต่ำและได้รับความเสียหายในบริเวณกว้าง เพราะฉะนั้นในช่วงที่ทำการเกษตรฤดูหนาวเช่นนี้ ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดมักให้คำแนะนำต่อเกษตรกร ให้หมั่นดูแลเอาใจใส่ต้นข้าวในแปลงนา คอยตรวจสอบดูความผิดปกติของต้นข้าว และไม่ควรใส่ปุ๋ยทุกชนิด เนื่องจากไม่สามารถดูดซึมมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้ แต่ควรชะลอไว้ก่อนจนกว่าอุณหภูมิจะสูงเกิน 20 องศาเซลเซียสเป็นต้นไป หากพบความรุนแรงของโรคมาก ให้หยุดอาการของโรคด้วยสารป้องกันตามอาการที่เกิดขึ้น

ถ้าคิดจะพลิกวิกฤตก็อาจหันมาปลูกพืชผักเมืองหนาว ซึ่งจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศช่วงนี้แทน เพื่อเป็นการลดผลกระทบทางการเกษตร คุณก็จะต้องดูแลเรื่องผลผลิตที่มักจะออกสู่ตลาดในปริมาณมากเป็นพิเศษด้วยนะครับ แถมอากาศเย็นและความชื้นสูงก็ยังเหมาะกับการระบาดของศัตรูพืชอยู่มากเช่นกัน จึงต้องวางแผนการผลิต และให้ความสำคัญเรื่องการดูแลรักษาให้ดี วันนี้จะขอนำคำแนะนำจากกรมส่งเสริมการเกษตรมาฝากกันตามนี้ครับ

การปลูกและการดูแลรักษาพืชผักในช่วงฤดูหนาว

  • ควรเลือกชนิดพืชปลูกที่ตลาดมีความต้องการ และควรเป็นพืชอายุสั้นเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็ว ดูแลรักษาง่าย เช่น กวางตุ้ง คะน้า ผักกาดขาว ผักสลัด เป็นต้น ส่วนพันธุ์ปลูกควรเลือกที่เหมาะกับสภาพดินฟ้าอากาศ สภาพพื้นที่ ควรใช้เมล็ดพันธุ์จากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และตรงตามพันธุ์
  • พื้นที่ปลูกควรมีแหล่งน้ำเพียงพอตลอดฤดูกาล ดินมีความอุดมสมบูรณ์ อยู่ห่างจากแหล่งที่มีสารปนเปื้อน และโรงงานอุตสาหกรรมที่อาจก่อให้เกิดสารตกค้างในการผลิต
  • ควรวางแผนการผลิตให้มีผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด เนื่องจากในฤดูหนาวพืชผักจะมีผลผลิตต่อไร่สูง อาจทำให้เกิดภาวะผลผลิตล้นตลาดได้
  • ระวังอย่าให้พืชขาดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนแฉะ เพราะจะทำให้พืชเน่าตายได้ ควรให้น้ำในช่วงเช้าหรือเย็น ไม่ควรให้น้ำตอนแดดจัด ทั้งควรทำวัสดุคลุมแปลงเพื่อรักษาความชื้นในแปลงปลูก
  • ควรป้องกันการเกิดโรคจากเชื้อรา โดยการโชยน้ำ ชำระล้างใบในช่วงเช้า และการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma)อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคเน่าในพืชผักได้
  • หมั่นดูแลและสังเกตการเจริญเติบโตพืชผักที่ปลูกอยู่ตลอดเวลา หากพบศัตรูพืชเข้าทำลายให้รีบกำจัดก่อนที่จะเกิดเสียหายมาก ถ้าไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี เพื่อความปลอดภัยของตัวเกษตรกรเองและผู้บริโภค  

ได้เคล็ดลับดี ๆ แบบนี้แล้ว พี่น้องเกษตรกรก็ไม่ต้องกลัวการทำเกษตรในช่วงฤดูหนาว ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางการเกษตรหรือสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรได้เพียงแค่เพิ่มการวางแผนการปลูกและระมัดระวังเรื่องการดูแล รวมทั้งระวังโรคที่มีความเสี่ยงให้มากเป็นพิเศษ หากปฏิบัติได้ตามคำแนะนำข้างบนนี้ รับรองว่าคุณจะได้พืชผักที่มีคุณภาพ เพื่อไปจัดจำหน่ายได้ราคาดีอย่างแน่นอนครับ