แรงคนกับแรงเครื่อง อะไรดีกว่า?

ก่อนหน้านี้เราเคยพูดถึงเรื่อง ผลกระทบจากเกษตรกรรมไทยที่เปลี่ยนไป กับ บทบาทของโดรนในการช่วยเหลือเกษตรกร ในการเกษตรยุคปัจจุบันกันไปแล้ว หลายคนคงพอเห็นภาพว่าเครื่องจักรทางการเกษตร รวมไปถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) เซ็นเซอร์ โดรน ฯลฯ นั้นเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อเกษตรกรรมจริง ๆ มันคือการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปพร้อมๆ กับเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

แต่ถึงอย่างนั้นแล้วเกษตรกรหลายๆคนก็ยังมีคำถามมากมายระหว่างการเลือกใช้แรงงานคนและเครื่องจักร วิธีใดคุ้มกว่ากัน? วิธีใดได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่ากัน? วันนี้ตลาดแอปจึงได้รวบรวมความแตกต่างของการทำการเกษตรทั้งสองแบบเพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกลงทุนกับอะไรดี

ข้อดี-ข้อเสียของการจ้างแรงงานเกษตรและแรงงานเครื่องจักร

ข้อเปรียบเทียบแรงงานคนเครื่องจักร
เงินลงทุนโดยปกติแล้วการใช้แรงงานคนทำการเกษตรจะไม่ต้องใช้เงินลงทุน เพราะส่วนมากแล้วเกษตรกรจะว่าจ้างคนในพื้นที่หมู่บ้านเดียวกัน แต่จะมีบางกรณีที่ต้องใช้นายหน้าในการรวบรวมแรงงานจากพื้นที่อื่นเข้ามาทำงานให้ เพราะพืชชนิดนั้นๆต้องการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการทำการเกษตร ทำให้นอกจากจะต้องจ่ายค่าแรงคนงานแล้ว เกษตรกรต้องเตรียมเงินทุนสำหรับค่านายหน้าด้วยเป็นที่ทราบกันดีว่าเครื่องจักรกลการเกษตรนั้นมีราคาที่สูงมาก โดยเฉพาะเครื่องจักรขนาดใหญ่ หรือเครื่องจักรที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงก็จะมีราคาที่สูงมากขึ้นไปอีก อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายในการบำรุง ซ่อมแซมเครื่องจักรอีกด้วย ดังนั้นแล้วเกษตรกรที่ต้องการลงทุนซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรจะต้องมีเงินทุนหรือสินเชื่อสำรองจำนวนมาก 
ค่าจ้างจ่ายค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง รายวัน หรือต่อไร่ ขึ้นอยู่กับประเภทของงาน เป็นอัตราค่าแรงที่ค่อนข้างต่ำ ค่าจ้างรวมกับคนขับหรือคนบังคับเครื่องจักร จ่ายค่าแรงตามชั่วโมงการทำงานหรือตามผลผลิตที่ได้ ซึ่งค่าจ้างนั้นจะสูงกว่าแรงงานคน 
ความรวดเร็วทำงานได้ค่อนข้างช้ากว่าเครื่องจักรและใช้เวลาในการทำงานมาก เพราะสามารถทำงานได้ในระยะเวลาจำกัดเนื่องจากต้องหยุดพัก และแต่ละคนมีพละกำลังไม่เท่ากันทำงานได้รวดเร็วกว่าแรงงานคนเพราะสามารถทำงานได้ต่อเนื่องเป็นเวลานานและทำงานได้ปริมาณและเนื้อที่มากกว่าแรงงานคน
จำนวนแรงงานใช้แรงงานที่ต้องทำงานต่อไร่จำนวนมาก เพราะต้องทำงานเป็นกลุ่มเพื่อทำงานให้ทันเวลาใช้จำนวนเครื่องจักรเพื่อให้เสร็จงานต่อไร่จำนวนน้อย เพราะสามารถทำงานได้สำหรับพื้นที่ใหญ่และได้งานในปริมาณที่มากกว่า
ความทนทานทำงานได้ในเงื่อนไขที่จำกัด เนื่องจากเป็นแรงงานคน ต้องมีการหยุดพัก และไม่สามารถทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ เช่น แดดร้อน หรือฝนตก เป็นต้นทำงานได้ในทุกสภาวะและสภาพอากาศ มีการซ่อมแซมเป็นบางระยะ ซึ่งหากเจ้าของเครื่องจักรมีการหมั่นดูแลเครื่องจักรอย่างสม่ำเสมอ เครื่องจักรก็จะสามารถทำงานต่อเนื่องได้ยาวนานขึ้น 
ความยืดหยุ่นและชำนาญงานสามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่น โดยแรงงานหนึ่งคนอาจจะมีความสามารถในการทำงานมากกว่าหนึ่งอย่าง ทำให้สามารถนำเทคนิคเฉพาะตัวมาประยุกต์ใช้กับงาน หรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้มากขึ้นเครื่องจักรบางชนิด เช่นรถไถ สามารถทำงานได้หลายแบบแต่จะต้องมีอุปกรณ์ต่อพ่วงเพิ่มเติม แต่เครื่องจักรบางประเภทนั้นถูกสร้างมาเพื่อทำงานเฉพาะด้าน เช่น รถเกี่ยวข้าวโพด หรือรถตัดอ้อย จะไม่สามารถนำไปทำงานประเภทอื่นได้ อีกทั้งผู้ใช้งานต้องศึกษาคู่มือ และทำความเข้าใจวิธีใช้อย่างถี่ถ้วน เพื่อใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ความแม่นยำ และประสิทธิภาพถึงแม้แรงงานคนจะมีประสบการณ์และความปราณีต แต่หากมีปัจจัยอื่นๆเข้ามาประกอบ เช่น การสื่อสาร หรือกำลังการทำงานที่จำกัด จึงทำให้แรงงานคนควบคุมคุณภาพงานหรือผลผลิตได้ยากมีความแม่นยำ แน่นอน สามารถทำงานที่ต้องการความสม่ำเสมอของคุณภาพ หรืองานที่กำหนดมาตราวัดตายตัวได้ สามารถประมวลผลข้อมูลขนาดมหาศาลและซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว
ความปลอดภัยมีข้อจำกัดไม่สามารถทำงานในสถานที่เสี่ยงอันตรายมาก ๆ ได้ เช่น ที่ที่มีความร้อนสูง รังสี แก๊ซพิษ เป็นต้นสามารถทำงานในสถานที่อันตรายหรือพื้นที่ที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น ที่ที่มีความร้อนสูง รังสี แก๊ซพิษ 

จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า เมื่อเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียแบบหมัดต่อหมัดแล้ว เครื่องจักรดูจะมีภาษีดีกว่าในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องเวลา ปริมาณ และคุณภาพ น่าจะช่วยให้หลายคนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากประเด็นนี้มีการทำนายจากผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลจากงานวิจัยว่า ในอีก 5 ถึง 10 ปี จะมีคนจำนวนหลายพันล้านคนต้องตกงาน โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานฝีมือต่ำ เพราะเครื่องจักรเข้ามาแทนที่ได้อย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม การจ้างแรงงานเกษตรก็ยังมีความสำคัญต่อการเกษตรยุคใหม่ การผสมผสานความรู้ ทักษะ การคิดวิเคราะห์ และตัดสินใจของมนุษย์เข้ากับเทคโนโลยีจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

ดังนั้นแล้ว ตลาดแอป ขอกล่าวโดยสรุปตรงนี้เลยว่า แรงคนและแรงเครื่องนั้น เหมาะกับงานแต่ละประเภทแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละงานมีความต้องการด้านใด เช่นหากเกษตรกรต้องการทำงานในพื้นที่ขนาดใหญ่ ผลผลิตจำนวนมาก หรือต้องการส่งผลผลิตให้กับโรงงานหรือเพื่อส่งออก อาจจะต้องพิจารณาใช้งานเครื่องจักรกลการเกษตร

Nature photo created by rawpixel.com – www.freepik.com

แต่หากเป็นงานที่ต้องมีความปราณีต เอาใจใส่ ต้องอาศัยทักษะและประสบการณ์ เช่น การปลูกผักออร์แกนิก การเก็บดอกไม้ อาจจะต้องพิจารณาการใช้แรงงานคนแทน แต่เหนือสิ่งอื่นใดแล้ว ปัจจัยหลักในการตัดสินใจนั้นก็เห็นจะเป็น ปัจจัยด้านงบประมาณ ถึงตรงนี้เกษตรกรก็ต้องพิจาณากันไปงานต่องานว่าลงทุนไปแล้วคุ้มค่าหรือไม่……..เห้อ เป็นเกษตรกรนี่มันไม่ง่ายจริงๆครับ

Food photo created by freepik – www.freepik.com