สายออร์แกนิคห้ามพลาด! แนะนำวิธีเลือกซื้อและแหล่งซื้อขายสินค้ามีคุณภาพ ราคาไม่แพง

Talad App - มกราคม 23, 2020
ตลาด ซื้อ-ขาย, เกษตรกร

สินค้าออร์แกนิคได้รับความนิยมมากมาพักใหญ่แล้ว โดยเฉพาะกับสายสุขภาพทั้งหลาย และเชื่อว่าความนิยมในสินค้าออร์แกนิคจะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเพราะปัจจุบัน การใช้ชีวิตประจำวันของคนเราต้องเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ ไม่ว่าจะทางน้ำ ทางอากาศ หรืออาหารการกินต่าง ๆ ทำให้ร่างกายของเราได้รับสารพิษอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพเป็นอย่างมาก ดังนั้นสินค้าออร์แกนิคจึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากจะไม่เป็นแหล่งสะสมสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายแล้ว อาหารและสินค้าออแกนิคยังดีต่อสุขภาพด้วย

ผลการศึกษาวิจัยจาก The Soil Association ประเทศอังกฤษให้ข้อมูลว่า พืชผักที่เป็นออร์แกนิค เมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกพืชแบบทั่วไป จะมีวิตามินซีสูงกว่า 27%, มีธาตุเหล็กมากกว่า 21% และแมงกานีส 29% และเมื่อมีการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการระหว่างอาหารออร์แกนิค และอาหารในซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไปก็พบว่า มีสารอาหารในอาหารออร์แกนิคมากกว่า เช่น มีแคลเซียมมากกว่า 63%, ฟอสฟอรัสมากกว่า 91%, แมกนีเซียมมากกว่า 118% และ ธาตุเหล็กมากกว่า 73% เป็นต้น นอกจากนั้นงานวิจัยในปี 2006 ยังยืนเรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับสารพิษตกค้างว่า อาหารออแกนิคปลอดภัยจากยาฆ่าแมลงถึง 90% เมื่อเปรียบเทียบกับอาหารทั่วไป

เพราะอะไรอาหารหรือสินค้าออร์แกนิคถึงให้ประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างเรา ๆ มากขนาดนี้ คำตอบก็มาจากขั้นตอนการผลิตอาหารและสินค้าออร์แกนิคนั่นเอง

Photo by Thomas Rehehäuser on Unsplash

โดยอาหารที่ได้ชื่อว่าเป็นออร์แกนิค จะต้องมาจากการกระบวนการผลิตที่เป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ที่ไม่ผ่านการตัดต่อทางพันธุกรรม หรือเป็น GMO เพาะปลูกในฤดูกาลที่เหมาะสม, ดิน น้ำ อากาศ และสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่อยู่โดยรอบต้องปราศจากสารปนเปื้อน โดยเฉพาะดิน ถ้าเคยมีการปลูกพืชที่ไม่เป็นออแกนิคมาก่อน จะต้องพักดินถึง 3 ปี เพื่อให้ปลอดจากสารเคมีอย่าง ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี หรือฮอร์โมนเร่งใด ๆ เรียกว่าเป็นการปลูกตามธรรมชาติ อย่างที่บรรพบุรุษเราทำกันมาแต่ดั้งเดิม โดยไม่มีตัวช่วยใด ๆ สมาคมผืนดินอินทรีย์ (Organic Soil Association) ให้คำอธิบายเพื่อความชัดเจนว่า

“อาหารออร์แกนิคจะต้องสามารถติดตามและระบุได้ว่ามาจากแหล่งใด เริ่มตั้งแต่สถานที่เพาะปลูกกระทั่งถึงบนจานอาหาร เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค โดยมาตรฐานของอาหารหรือสินค้าออแกนิคต้องตรงตามข้อกำหนดของกฎหมายประเทศนั้น ๆ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทั้งอาหารออร์แกนิคต้องผลิตโดยใช้ปุ๋ยธรรมชาติ ใช้พลังงานในการผลิตไม่มาก และต้องเคารพในธรรมชาติ”

จากการผลิตที่ไร้ตัวช่วยเช่นนี้ ทำให้การจะเป็นออร์แกนิคนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ในท้องตลาดจึงแบ่งสินค้าออร์แกนิคเป็นประเภทต่าง ๆ ตามสัดส่วนของส่วนผสม และวัตถุดิบที่ใช้ในการเพาะปลูก ตั้งแต่ 75-100% ยกตัวอย่างเช่น ออร์แกนิค 100% (100% Organic), ออร์แกนิค 95% (Organic) หรือ ออร์แกนิค 70% (Made with Organic Ingredient) ในฐานะผู้บริโภค คุณสามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้านั้น ๆ เป็นออร์แกนิคจริงจากการรับรองมาตรฐานออร์แกนิค ซึ่งในประเทศไทยหน่วยงานหลักที่ตรวจรับรองคือ สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ หรือ Organic Agriculture Certification Thailand (มกท.) ส่วนการรับรองมาตรฐานออร์แกนิคที่เราพบเห็นกันบ่อย ๆ  และช่วยสร้างความมั่นใจได้ ก็เช่น

  • IFOAM – International Federation of Organic Agriculture Movement มาตรฐานออร์แกนิคที่พัฒนาโดยสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ ที่ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศทั่วโลก
  • JAS – Japan Agriculture Standard มาตรฐานรับรองสินค้าออร์แกนิค ที่กำหนดโดยกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมง ของประเทศญี่ปุ่น
  • USDA Organic – U.S. Department of Agriculture มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา
  • ECOCERT หน่วยงานเอกสารที่รับรองมาตรฐานออร์แกนิคของฝรั่งเศส ซึ่งมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับเทียบเท่ากับ USDA Organic จากสหรัฐอเมริกา
  • EU Leaf – The European Biological Certificate เป็นเครื่องหมายที่มีความสำคัญที่สุดของสินค้าออร์แกนิคในยุโรป สินค้าที่จะได้รับเครื่องหมายนี้จะต้องมีมาตรฐานฟาร์มออร์แกนิค ตรงตามข้อบังคับของคณะกรรมาธิการยุโรป

โดยการรับรองมาตรฐานต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้บริโภคสามารถสังเกตได้จากฉลากที่ติดอยู่ที่ตัวสินค้า

ในปัจจุบันจากความนิยมในสินค้าออร์แกนิคนั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงมีช่องทางให้ผู้บริโภค หาซื้อสินค้าได้ง่ายมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นที่ห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ และที่สะดวกมาก ๆ ก็คือ ตลาดซื้อขายสินค้าออแกนิคผ่านช่องทางออนไลน์ ที่คลิกสั่งปุ๊บก็ส่งถึงบ้านอย่างทันใจ เพียงแค่คุณจะต้องเลือกเว็บไซต์ที่มีสินค้าได้มาตรฐาน และมีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างแรก เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพตามที่ต้องการ อย่างบนกระดานซื้อ-ขาย ใน ตลาดแอป ก็มีหมวดหมู่สำหรับซื้อขาย สินค้าปลอดสารพิษและออร์แกนิคอยู่ด้วย โดยจะมีข้อมูลสินค้า วัตถุดิบ และแหล่งผลิตแจ้งไว้ ทำให้ผู้บริโภคทราบแน่นอนว่าสินค้านั้นมาจากแหล่งไหนและใครเป็นผู้ปลูกหรือผลิต ซึ่งสิ่งนี้แหละครับ ที่ถือเป็นหัวใจหลักของสินค้าออร์แกนิคในตลาดปัจจุบัน และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าได้โดยตรงจากผู้ผลิต ราวกับว่าเดินทางไปซื้อกับของเกษตรกรจากฟาร์มกันเลยทีเดียว

แอบกระซิบครับว่าเร็วๆนี้ ทาง ตลาดแอป กำลังจะมีโปรโมชั่นออกมาเอาใจสายออร์แกนิค ดังนั้นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเตรียมตัวกันไว้ได้เลยครับ รับรองว่าว้าวแน่นอน