หยุดเผาอ้อยเถอะพี่ขอ…..

จากข่าวสถานการณ์ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในบรรยากาศ ที่กลับมาสูงขึ้นอีกครั้งในขณะนี้ หากทำการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมนั้นจะพบว่า ปริมาณมลภาวะที่เพิ่มขึ้น มีความสัมพันธ์โดยตรงกับฤดูการเก็บเกี่ยวอ้อยในช่วงนี้ ซึ่งดูจากจำนวนพื้นที่ปลูกอ้อยทั้งประเทศในปัจจุบันที่มีมากถึง 12 ล้านไร่ ในปี 2561/2562 ตัวเลขการปลูกอ้อยมีมากถึง 120-121 ล้านตันอ้อย หรือปลูกกันเฉลี่ยไร่ละ 10-11 ล้านตันอ้อย กับโรงงานน้ำตาล 57 โรงงานทั่วประเทศ และสถานะการเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก กับข้อมูลที่ว่า กว่า 60% ของเกษตรกรชาวไร่อ้อยนิยมเผาไร่อ้อยก่อนการเก็บเกี่ยวอ้อย ขณะที่มีการตัดสดในฤดูเก็บเกี่ยวเพียง 4% 

ในอดีตเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว ชาวไร่อ้อยใช้วิธีการเก็บเกี่ยวด้วยมือ แต่เมื่อเจอกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยวอ้อยและปัญหาค่าจ้างแรงงานสูง โดยคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 50 ของต้นทุนการผลิตอ้อยทั้งหมดต่อฤดูปลูก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายพื้นที่ปลูกอ้อยและการเพิ่มผลิตต่อพื้นที่ เกษตรกรบางส่วนจึงเริ่มหันมาใช้วิธีการเผาใบอ้อยก่อนการเตรียมดิน รวมถึงก่อนและหลังการเก็บเกี่ยวอ้อย เพื่อลดปัญหาแรงงานที่ขาดแคลน ทราบหรือไม่ว่า มีแรงงานส่วนใหญ่เลยที่ปฏิเสธรับตัดอ้อยสด ๆ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานไทย หรือแรงงานต่างด้าว เพราะการตัดอ้อยสดนั้นใช้เวลามากและไม่สะดวกสบาย  ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใบอ้อยบาดมือ หรือบางพันธุ์ยังมีหนามอีก การตัดจึงล่าช้า แต่ถ้ามีการเผาเพื่อให้ใบไหม้ก่อนเก็บเกี่ยวอ้อยก็จะสามารถตัดได้เร็วขึ้น คนหนึ่งได้มากถึง 4-5 ตันต่อวันเป็นสาเหตุให้แรงงานเลือกที่จะตัดอ้อยที่เผาแล้วในฤดูเก็บเกี่ยวนอกจากเรื่องปัญหาแรงงานแล้ว การเผาอ้อยยังได้เรื่องความเร็ว เนื่องจากระยะเวลาในการหีบอ้อยมีจำกัด ตามปกติภายใน 3-4 เดือนจะต้องหีบอ้อยให้เสร็จ ไม่เช่นนั้นอาจเจอปัญหาอื่นตามมา เช่น ฝนตกหนักจนตัดอ้อยไม่ได้ หรือหากปิดหีบช้า ต้นทุนโรงงานน้ำตาลก็จะยิ่งมากขึ้น

เหมือนว่าการเผาอ้อยในฤดูเก็บเกี่ยวจะดูเป็นวิธีการที่ดี ช่วยประหยัดทั้งแรงงานและเวลา แต่ต้องบอกว่าวิธีการนี้จะก่อให้เกิดปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวในระยะสั้นก็คือก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ PM 2.5 ยังไงล่ะครับ แล้วยังจะได้อ้อยที่มีน้ำหนักน้อย ค่าความหวานลดลง ส่งผลให้ขายได้ราคาน้อยลง ส่วนผลกระทบระยะยาวก็เช่น ทำให้อินทรียวัตถุในดินลดน้อยลง ดินทึบแน่นไม่อุ้มน้ำ การเผาทำให้ไม่มีใบอ้อยมาคลุมดิน วัชพืชจึงขึ้นได้ง่าย แต่หากเหลือใบอ้อยไว้จะกลายเป็นปุ๋ยชั้นดี เพราะในใบอ้อยมีไนโตรเจน 0.35-0.66% ซึ่งประเทศไทยมีการเผาใบอ้อยปีละประมาณ 10 ล้านตัน คำนวณคร่าว ๆ แล้วเท่ากับเราเผาปุ๋ยไนโตรเจนทิ้งไปปีละ 35,000-66,000 ตันเลยนะครับ

สำหรับภาครัฐได้เสนอแนวทางที่จะช่วยแก้ปัญหานี้อย่างตรงจุด นั่นก็คือการใช้เครื่องจักร หรือการนำรถตัดอ้อย มาทดแทนแรงงานที่ขาดแคลน รวมถึงการเผาที่สร้างมลพิษและปัญหามากมาย…เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล (สอน.) กล่าวว่า สอน.มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนให้เกษตรกรที่ปลูกอ้อยทั่วประเทศรวมผลผลิตกว่า 130 ล้านตันอ้อยในปี 2561/2562 ลดการเผาอ้อยเหลือไม่เกิน 0-5% ภายใน 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปีการผลิต 2562/2563 ซึ่งธ.ก.ส. ยังจัดทำโครงการปลอดเผาโดยจะปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรชาวไร่อ้อย 6,000 ล้านบาท ปีละ 2,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี เพื่อซื้อเครื่องจักรกลมาตัดอ้อย โดยจะนำร่องปีการผลิตนี้ในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ชัยภูมิ อุตรดิตถ์ และเลย

สำหรับข้อดีของการนำเครื่องจักร หรือรถตัดอ้อยมาใช้ในการเก็บเกี่ยวอ้อย ที่ทำให้ทุกภาคส่วนหันมาสนับสนุนการเก็บเกี่ยวด้วยวิธีการนี้ก็เช่น ช่วยลดมลพิษโดยเฉพาะปัญหา PM 2.5 ที่ทุกคนเป็นกังวลและเป็นปัญหาระดับโลก, ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและลดปัญหาความยุ่งยากในการจัดการแรงงานคน, รักษาอินทรียวัตถุความชื้นในดินเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน, ช่วยให้อัตราผลผลิตในการเก็บเกี่ยวดีขึ้น จากฤดูเก็บเกี่ยวที่มีข้อจำกัดของช่วงระยะเวลาที่สั้นแค่ประมาณ 130 วัน ซึ่งรถตัดอ้อยจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น

อีกเรื่องที่อยากจะเสริมเกี่ยวกับข้อดีของการใช้เครื่องจักรในการเก็บเกี่ยวอ้อยก็คือ ช่วยสร้างรายได้เสริม ให้กับชาวไร่อ้อย โดยเฉพาะเมื่อคุณนำเครื่องอัดใบอ้อยมาใช้ในฤดูเก็บเกี่ยว เพราะหลังจากเก็บเกี่ยวอ้อยด้วยรถตัดแล้วจะมีใบอ้อยและยอดอ้อยเหลืออยู่ในแปลง ซึ่งโดยปกติแล้วจะเหลืออยู่ประมาณ 1.5-3.0 ตัน/ไร่ ใบอ้อยเหล่านั้นนอกจากจะนำมาคลุมดินเพิ่มความชื้น นำมาหมักทำอาหารสัตว์ โดยมีสหกรณ์โคนมรับซื้อถึงกิโลกรัมละประมาณ 2.5 บาท หรือนำไปขายให้ผู้ผลิตเอทานอล บางส่วนยังสามารถนำไปจำหน่ายเป็นเชื้อเพลิงเข้าโรงงานไฟฟ้าชีวมวลคิดเป็น 70% ของใบอ้อยทั้งหมด ช่วยสร้างรายได้เสริมได้ถึง 1,000-2,000 บาทต่อไร่เป็นอย่างน้อย นับเป็นการทำการเกษตรแบบใหม่ที่ครบวงจร และสามารถใช้ประโยชน์จากผลผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

ทั้งหมดนี้เกษตรกรยุคใหม่สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าเชื่อถือ ทั้งวิธีการเก็บเกี่ยวอ้อย รวมถึงเครื่องจักรกลที่จะนำมาใช้เป็นผู้ช่วยสำคัญในการผลิต และถ้าคุณต้องการมองหาช่างผู้ชำนาญการเพื่อมาเป็นผู้ช่วยผมแนะนำหมวดช่างของตลาดแอป ที่เป็นแหล่งรวมช่างผู้ชำนาญงานในทุกด้านของงานเกษตร จะงานซ่อม บำรุงรักษาเครื่องจักร หรืออะไรก็มีหมด ใครที่กังวลว่านำเครื่องจักรมาใช้แล้วมีปัญหาจะทำอย่างไรหมดห่วงกันได้เลย เพราะฉะนั้นฤดูเก็บเกี่ยวอ้อยครั้งหน้าเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรแทนการเผากันดีกว่านะครับ