ทำไมต้องวัดขนาดที่ดิน?

เคยตั้งคำถามนี้กันบ้างมั้ยครับ…เราจะต้องวัดระยะแปลงที่ดินไปทำไม โดยเฉพาะเจ้าของที่ดินที่คงจะรู้สึกว่าโฉนดก็มีอยู่แล้ว วันนี้ผมจะมาไขข้อสงสัยให้กับหลาย ๆ คนกันนะครับ

         การวัดที่ดินประโยชน์หลัก ๆ มีไว้เพื่อให้ทราบที่ตั้ง แนวเขตที่ดิน หรืออาณาเขตที่แน่นอนของที่ดินของตัวเอง เพื่อเป็นการป้องกันการอ้างครอบครองปรปักษ์ ทั้งเพื่อให้แน่ใจว่าหลักหมุด และอาณาเขตที่ดินยังคงอยู่เช่นเดิม นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีก เช่น 

  • ป้องกันความขัดแย้งเรื่องอาณาเขตระหว่างที่ดินแปลงติดกันแต่ต่างเจ้าของ โดยเฉพาะถ้าเกิดกรณีที่ไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องที่ดินได้
  • ป้องกันการเสียกรรมสิทธิ์ที่ดิน จากการรุกล้ำที่ดินโดยบุคคลอื่น
  • ป้องกันกรณีการล้ำเส้นทางสาธารณะเข้ามาในที่ดินของเรา
  • แก้ปัญหาทับซ้อนจากที่ดิน นส.3 ก ถ้ามีการทำรังวัดชัดเจนสามารถเปลี่ยนเป็นโฉนด นส.4 เพื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้เลย

อย่าคิดว่าเจ้าของที่ดินเท่านั้นที่จำเป็นต้องทำการวัดที่ดินนะครับ เพราะคนที่กำลังคิดจะซื้อที่ดินก็ต้องเห็นความสำคัญเช่นกัน ไม่อย่างนั้นเราจะรู้ได้อย่างไรว่าที่ดินที่ซื้อตรงกับขนาดที่ระบุไว้ในโฉนดหรือเปล่า

และกลุ่มคนที่สำคัญที่สุด ที่ทุกวันนี้จำเป็นต้องวัดที่ดินเป็นอย่างยิ่งนั่นก็คือกลุ่มเกษตรกร เพราะช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการจัดการที่ดินเพื่อการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น จะใช้กำลังคนในการผลิตมากน้อยแค่ไหน, ต้องใช้ปุ๋ยเท่าไหร่, มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือ เครื่องทุ่นแรงในการผลิตหรือไม่ รวมถึงการคำนวณสัดส่วนของการเพาะปลูกด้วย ยกตัวอย่างกรณีการเพาะปลูกตามหลัก ‘ทฤษฎีใหม่’ ก็ได้ครับ

ในหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นต้น แนวคิดก็คือให้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนในอัตราส่วน 30:30:30:10 โดย

30% แรกให้ขุดสระสำหรับเก็บกักน้ำ

30% ส่วนที่สองให้ปลูกข้าวในฤดูฝน เพื่อใช้เป็นอาหารในครัวเรือนตลอดปี

30% สุดท้ายให้ใช้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชไร่ สมุนไพร ฯลฯ เพื่อสำหรับเป็นอาหาร และขายเมื่อเหลือ

10% ที่เหลือ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์ และโรงเรือนอื่น ๆ


Designed by nikitabuida / Freepik

การทราบขนาดที่ดินของตนเองที่ใช้งานด้านการเกษตรได้จริงๆนั้น ช่วยให้เกษตรกรจัดสรรพื้นที่ได้อย่างลงตัว ตามสัดส่วนได้เป็นอย่างดี เพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานมากขึ้นด้วยครับ

นอกจากนั้นยังมีเรื่องเกี่ยวกับภาษีที่ดินที่ต้องคำนึงถึงอีกนะครับ ผมขอพูดในส่วนของอัตราภาษีที่ดินเกษตรกรรม ที่ล่าสุด (18 ธ.ค. 2562) สำนักนโยบายภาษี สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ออกมาพูดถึงกฎหมายรอง เพื่อกำหนดเกณฑ์ว่าต้องปลูกพืชเท่าใดจึงจะนับเป็นพื้นที่เกษตรกรรม และจะมีการจำแนกพรรณไม้และจำนวนการปลูกพืชอย่างชัดเจน เช่น พื้นที่ 1 ไร่ จะต้องปลูกกล้วยอย่างน้อย 200 ต้น จึงจะคิดอัตราภาษีที่ดินเกษตรกรรม แต่หากปลูกน้อยกว่าที่กำหนดไว้ จะต้องคิดภาษีที่ดินที่เหลือ ซึ่งยังมีเงื่อนไขอื่น ๆ ประกอบการพิจารณาอีก อาทิ กรณีพื้นที่ที่ใช้เพื่อการเกษตรต่อเนื่อง อย่างการขุดบ่อน้ำ ให้ถือเป็นพื้นที่เกษตรเช่นเดียวกัน

ส่วนการไปขอให้เจ้าหน้าที่ทำการวัดที่ดิน เจ้าของที่ดินจะต้องเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมดครับ ทั้งการติดต่อเจ้าหน้าที่และออกค่าใช้จ่ายในการทำรังวัด โดยให้ไปที่สำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วยื่นเอกสารสำคัญเพื่อทำเรื่องร้องขอ แต่ปัจจุบัน เป็นที่น่าดีใจว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้ไม่ว่าใครก็สามารถวัดขนาดที่ดินของตัวเองได้ทุกที่ ทุกเวลา แถมยังเก็บบันทึกข้อมูลลงบนโทรศัพท์มือถือได้ จะเปิดดูเมื่อไหร่ก็ได้ อย่างเช่น ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดบนตลาดแอปที่เพียง 5 ขั้นตอนก็สามารถวัดพื้นที่คร่าว ๆ บนที่ดินของคุณได้แล้ว คือ

  1. เลือกโหมด “วัดขนาดที่ดิน” จากหน้าจอหลักของแอป
  2. เริ่มวัดขนาดที่ดิน โดยเลือกที่ตั้งจากแผนที่
  3. วาดที่ดินบนแผนที่ โดยการปักหมุดที่มุมของที่ดินของท่านเอง
  4. แอปจะแสดงขนาดที่ดินบนหน้าจอโทรศัพท์ให้อย่างง่ายดาย
  5. บันทึกข้อมูล ตั้งชื่อ และใส่รายละเอียดของแปลงได้เลย

ง่าย ๆ แค่นี้ ทั้งคนซื้อ-ขาย หรือติดต่อธุระเกี่ยวกับที่ดิน และที่สำคัญก็คือตัวเกษตรกรเอง ก็สามารถวัดขนาดที่ดิน คำนวนค่าใช้จ่าย และวางแผนจัดสรรการใช้งานที่ดินได้ง่ายๆ แถมยังสะดวกสบายอีกด้วยครับ